บันทึกอนุทินครั้งที่ 2
การเรียนวันที่ 29 สิงหาคม 2560
วันนี้อ.เบียรเปิดประเด็นมาเศร้าแต่เช้าเลย
ขอแสดงความเสียใจกับพี่พิมพ์รุ่นพี่เอกปฐมวัยด้วยนะคะ
แต่เพื่อไม่ให้การเรียนดูเครียดไปอ.เบียร์เลยให้บททดสอบเรามีอีก 1 บททดสอบ
นั่นคือบททดสอบป้องกันอัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นการทดสอบที่ปวดใจมาก
ท่าที่ 1 นับ 1-10
ประโยชน์ของการบริหารท่านับ 1-10
-เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อมือให้ประสานกัน เพื่อไม่ให้เกิดอาการนิ้วล็อค
-เพื่อกระตุ้นสมองที่มีการสั่งการให้เกิดความสมดุลทั้งซ้าย-ขวา
-เพื่อกระตุ้นความจำ

ท่าที่ 2 จีบ L
1.ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาให้มือขวาทำท่าจีบ โดยใช้นิ้วหัวแม่มือประกบกับนิ้วชี้ส่วนนิ้วอื่นๆให้เหยียดออกไป
2.มือซ้ายให้ทำเป็นรูปตัวแอล (L) โดยให้กางนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ออกไป ส่วนนิ้วที่เหลือให้กำเอาไว้
3.เปลี่ยนเป็นจีบด้วยมือซ้ายบ้างทำเช่นเดียวกับข้อที่ 1 ส่วนมือขวาก็ทำเป็นรูปตัวเเอล (L)เช่นเดียวกับข้อ 2
4.ให้ทำสลับกันไปมา 10 ครั้ง
ประโยชน์ของการบริหารท่าจีบซ้าย-ขวา
-เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อมือให้ประสานกัน เพื่อไม่ให้เกิดอาการนิ้วล็อค
-เพื่อกระตุ้นสมองเกี่ยวกับการสั่งการให้สมดุลย์ให้มีการเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว
-เพื่อกระตุ้นการทำงานความสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา

ท่าที่ 3 โป้ง-ก้อย
1.ยกมือทั้งสองข้างให้มือขวาทำท่าโป้งโดยกำมือและยกหัวแม่มือขึ้นมา ส่วนมือซ้ายให้ทำท่าก้อย โดยกำมือและเหยียดนิ้วก้อยชี้ออกมา
2.เปลี่ยนมาเป็นโป้งด้วยมือซ้ายและก้อยด้วยมือขวา
3.ให้ทำสลับกันไปมา 10 ครั้ง
ประโยชน์ของการบริหารท่าจีบโป้ง-ก้อย
-เพื่อกระตุ้นการสั่งการของสมองให้สมดุลทั้งซีกซ้ายและซีกขวา
-เพื่อกระตุ้นสมองส่วนการคิดคำนวณกะระยะ
-เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อหัวไหล่เกิดการติดยึด
ท่าที่ 4 แตะจมูก-แตะหู
1.มือขวาไปแตะที่หูซ้าย ส่วนมือซ้ายให้ไปแตะที่จมูก (ลักษณะมือไขวักัน)
2.เปลี่ยนมาเป็นมือซ้ายแตะที่หูขวา ส่วนมือขวาไปแตะที่จมูก (ลักษณะมือไขวักัน)
ประโยชน์ของการบริหารท่า แตะจมูก-แตะหู
-ช่วยให้มองเห็นภาพด้านซ้ายและขวาดีขึ้น
ท่าที่ 5 แตะหู
1.มือขวาอ้อมไปที่หูซ้าย ส่วนมือซ้ายอ้อมไปจับหูขวา
2.เปลี่ยนมาเป็นมือซ้ายอ้อมไปจับหูขวาส่วนมือขวาอ้อมไปจับหูซ้าย
ประโยชน์ของการบริหารท่าโป้ง-ก้อย,แตะจมูก-แตะหู,แตะหู
-เพื่อกระตุ้นการสั่งการของสมองให้สมดุลทั้งซีกซ้ายและซีกขวา
-เพื่อกระตุ้นสมองส่วนการคิดคำนวณกะระยะ
-เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อหัวไหล่เกิดการติดยึด
หรือลองทำตามในคลิปได้เลย
หลังจากผ่านบททดสอบเราก็ได้ร้องเพลงกันอีก 5 บทเพลง
แต่ต้องมีท่าประกอบ แต่มันคืออะไรที่สุดยอดที่สุดแล้ว เด็กจะล้อครูรึป่าวเราจะมาลองดูกัน
เพลง ตาหูจมูก
ตา หู จมูก
จับให้ถูกจับ จมูกตาหู
จับใหม่ จับให้ฉันดู
จับจมูก ตา หู จับ หู ตา จมูก
ครูคือใคร
เกริ่นมาแบบนี้เชื่อว่าทุกคนก็ต้องหาคำตอบไว้ในใจ ครูคือใครสำหรับทุกคน ครูคือผู้ให้ ครูคือแม่คนที่สอง ครูคือคนที่คอยช่วยเหลือ ครูคือคนที่เราจควรจะให้ความเคารพ
จริงๆแล้วคำนิยามของคำว่าครูมีคนให้คำนิยามไว้หลายคน
“ครู” ความหมายตามพระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
“ครูเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาการและเป็นผู้ถ่ายทอดความประพฤติ
วิธีประพฤติตน วิธีคิดและความดีงามทุกอย่าง
ซึ่งจะสร้างให้บุคคลเป็นคนดี เป็นคนที่ไม่เป็นภัยต่อผู้อื่น
ตรงข้ามคือเป็นผู้ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ต่อส่วนรวม และตัวเอง
ก็จะได้รับประโยชน์ว่าเป็นคนที่เจริญ”
“งานของครูเป็นงานพิเศษ ผิดแปลกกว่างานอื่นๆ
กล่าวในแง่หนึ่งที่สำคัญ ก็คือครูจะหวังผลตอบแทนเป็นยศศักดิ์
ความร่ำรวย หรือผลประโยชน์ทางวัตถุเป็นที่ตั้งไม่ได้
ผลได้ส่วนสำคัญจะเป็นผลทางใจและภูมิใจอยู่แล้ว
พระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานแก่คณะครูอาวุโส ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ
วันเสาร์ ที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๒๑
หรือจะเป็นความหมายตามพจนานุกรม
“ครู” ความหมายตามพจนานุกรม
หมายถึง ผู้สั่งสอนศิษย์หรือผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์
(ราชบัณฑิตตยสถาน,2546,หน้า225)
และตามพระราชบัญญัติการศึกษา
“ครู” ความหมายตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ หมายถึง บุคลากรวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
“ถ้าครูไม่ห่วงประโยชน์ที่ควรจะห่วง หันไปห่วงอำนาจ ห่วงตำแหน่ง ห่วงสิทธิ์ และห่วงรายได้
กันมากเข้าๆ แล้วจะเอาจิตเอาใจที่ไหน มาห่วงความรู้ ความดี ความเจริญของเด็ก ความห่วงในสิ่งเหล่านั้น ก็จะค่อยๆ บั่นทอนทำลายความเป็นครูไปจนหมดสิ้น จะไม่มีอะไรเหลือไว้ พอที่ตัวเองจะภาคภูมิใจ หรือผูกใจใครไว้ได้ ความเป็นครูก็จะไม่มีค่าเหลืออยู่ให้เป็นที่เคารพบูชาอีกต่อไป”
พระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานแก่คณะครูอาวุโส ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ
วันเสาร์ ที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๒๑
และมีอีกหลายอย่างที่ถูกกล่าวถึงในความหมายของคำว่าครู คุณยนต์ ชุ่มจิต (2541: 22-23)
แบ่งประเภทครูตามลักษณะของงานออกเป็น 4 ประเภท คือ
1. ครูประจำบ้าน คือ พ่อและแม่
2. ครูประจำโรงเรียน คือผู้คอยอกคอยสอนอยู่โรงเรียน
3. ครูประจำวัด คือ พระ
4. ครูประจำโลก คือ ศาสดาของแต่ละศาสนา
ก่อนจะจบบทเรียนวันนี้ไป อ.เบอร์ได้เปิดคลิปเกี่ยวกับครูให้ดู
เรื่องราวของคลิปนี้เป็นแรงบันดาลใจในการอยากจะเป็นครู
และเชื่อว่ามันจะเป็นคลิปที่ดีสำหรับครูผู้เสียสละทุกคน
เชิดชูครูผู้สร้างคน
ม.ร.ว. จุรีสมร สุขสวัสดิ์
ครูใหญ่โรงเรียนวรรณวิทย์ อายุ 96 ปี
ก่อนจบวันนี้ก็มาขออวดการบ้านเมื่อครั้งที่แล้วสักหน่อย การคัดตัวอักษรทำให้เราได้ฝึกสมาธิแล้วยังได้ประโยชน์ตรงที่เราสามารถนำไปใช้งานได้จริง
การประเมิน
1.การประเมินตัวเอง : วันนี้ได้รับความสนุก และยังได้รับความรู้ จากอ.เบียร์ ได้มีการเรียนรู้เติมมากมาย ได้รู้ความหมายของคำว่าครู
2.การประเมินเพื่อนๆ: เพื่อนๆมีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส ร่วมกันทำกิจกรรมที่ครูมอบให้ อย่างแข็งขัน และสนุกสนาน
3.การประเมินอาจารย์:อาจารย์มอบความสุข ความสนุกสนานให้ แต่ทุกอย่างก็กจะแฝงด้วยความรู้ สไลด์วันนี้สวยงามมาก
จบการรายงานประจำวันนี้ขอบคุณค่ะ🖐