บันทึกอนุทินครั้งที่ 11 วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
วันนี้มาเรียนตามเวลาปกติ แต่บางอย่างกำลังไม่ปกติเพราะวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เจอ อ.เบียร์ นี่เป็นคาบเรียนสุดท้ายแล้วจริงๆ ดีใจนะคะที่ได้เรียนกับครูเบียร์ในทุกๆคาบเรียน
วันนี้ตื่นเต้นมากที่สุดเลยเพราะว่าต้องร้องเพลงที่เคยร้อง แต่มันก็ยังตื่นเต้นเหมือนเดิม ฝึกทั้งคืน ท่องเนื้อได้หมดเลย ได้เพลงจ้ำจี้ดอกไม้ ตื่นเต้นจัด จ้ำจี้มา แต่ดอกไม้ขายหมดแล้ว รวนไปหมดเลยเนื้อเพลงทั้งหลาย
ประเมินครูผู้สอน : ตลอดการสอนอ.เบียร์ไม่เคยบกพร่องต่อหน้าที่ความเป็นครูเลย เป็นครูที่ดีคอยสอนคอยให้คำแนะนำที่ดีมาก ไม่ได้เรียนกับครูคงเหงาน่าดู ครูเหมือนครูที่ขายเสียงหัวเราะ ส่วนพวกเราคือคนที่มาซื้อเสียงหัวเราะนั้น ถ้าครูคือพ่อค้า ครูจะคือพี่ค้าที่แม่ค้าทั้งตลาดอิจฉาค่ะ
ประเมินเพื่อน:ตลอดการเรียนเพื่อนๆตั้งใจเรียนวิชานี้ที่สุด แต่งกายกันเป็นระเบียบ ไม่มีการทะเราะเบาะแว้ง แต่เพื่อนๆรักและสามัคคีกันมากที่จะเข้าเรียนวิชานี้แม้จะมีตลาดมาล่อตาล่อใจ
ประเมินตนเอง: มีความสุขมากค่ะ เพลงก็เต็มเปี่ยม ความรู้ สาระมาแน่น เสียงหัวเราะก็เช่นกัน มีความสุขมากค่ะ อยากเรียนกับครูเบียร์ทุกปีเลยค่ะ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บันทึกอนุทินครั้งที่ 10 วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
เช้าวันนี้เป็นเช้าที่สดใส อ.เบียร์ยังคงต้อนรับเด็กๆด้วยรอยยิ้มตามเคย เพื่อนๆเองก็มีความสุขเช่นกัน
เช้าวันนี้เป็นเช้าที่สดใส อ.เบียร์ยังคงต้อนรับเด็กๆด้วยรอยยิ้มตามเคย เพื่อนๆเองก็มีความสุขเช่นกัน
วันนี้อ.เบียร์ได้ให้กิจกรรมมา 2 กิจกรรม
1.ให้วาดภาพมือของตัวเอง
กิจกรรมนี้เพื่อนๆ ต่างได้จินตนาการคิดถึงลายมือตัวเอง
เพราะอ.เบียร์ให้พวกเรากำมือแล้ววาด
ภาพวาดมือของ ชนิกานต์
พอวาดเสร็จอ.เบียร์ก็ให้เราตามหาเจ้าของลายมือที่เราได้
นี่คือมือที่ได้รับ ร้องหากันอีกนานเลยละ
บรรยากาศการหามือที่เราต้องหาให้เจอ เพราะถ้าเราหาไม่เจอเพื่อนจะโดนทำโทษ
ผลสรุปของกิจกรรมนี้หมายถึง การที่เรา วาดภาพไม่เหมือน วาดมือไม่ตรง ไม่ได้ขนาด
หมายถึงเรากำลังมองข้างสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว แม้ว่าจะเห็นทุกวันแต่ก็ยังวาดไม่ได้
คุณลักษณะครูปฐมวัย : ต้องรู้จักสังเกต เก็บรายละเอียดให้เด็กทุกคน อย่ามองข้ามสิ่งใกล้ตัว
กิจกรรมที่ 2 อ.เบียร์ให้คัดประวัติส่วนตัว
ประเมิน
ประเมินเพื่อน: วันนี้เพื่อนๆตั้งใจเรียน มีความสนใจในหารตั้งใจวาดภาพ
ประเมินตนเอง:วันนี้ตั้งใจเรียน และสนุกกัยกิจกรรมที่อาจารย์นำมาให้ทำ
ประเมินอาจารย์:วันนี้อ.เบียร์สอนสนุกเช่นเคยมีการนำมุขมาเล่นระหว่าง
วันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บันทึกอนุทินครั้งที่ 9 วันที่ 7 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2560
อังคาร ที่ 7 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 08.30 น. วันนี้ดิฉันได้ขอมาเรียนพร้อมเพื่อนที่เรียนตอนเช้าเพราะว่ามีธุระต้องไปหาหมอในช่วง 11 โมง
โดยเนื้อหาหลักของวันนี้ คือเรื่องของ ปัญหาที่ครูปฐมวัยมักพบในโรงเรียนกับการให้คำแนะนำกับผู้ปกครอง ซึ่งปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมของเด็กนั้นมาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก หรือครอบครัวของเด็กเอง ซึ่งจะมีผลต่อพฤติกรรมที่แสดงออกของเด็ก
ปัญหาที่ครูปฐมวัยมักพบในโรงเรียน
กับการให้คำแนะนำกับผู้ปกครอง
กับการให้คำแนะนำกับผู้ปกครอง
หลักสังเกตว่าพฤติกรรมใดเป็นปัญหาพิจารณาจาก
•อายุและเกณฑ์ปกติของพัฒนาการ
•ชนิดของพฤติกรรม
•ความบ่อยหรือความถี่ของพฤติกรรม
•ความรุนแรงที่แสดงออก
•ขีดความอดทนของ พ่อ แม่ ครู ผู้ดูแลเด็ก
การร้องกลั้นหายใจ
•พบมากในช่วง อายุ 1-2 ปี
•ระวังชัก และหมดสติ
•หลีกเลี่ยงเหตุกระตุ้นทำให้เด็กโกรธ
แต่ไม่ใช่ตามใจ
•ใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจ ระวังศีรษะเด็กฟาดพื้น
การร้องอาระวาด
•เป็นพัฒนาการด้านอารมณ์ที่ปกติ
•หลีกเลี่ยงการยั่วให้โกรธ หรือขัดใจ
•ให้รู้จักระบายความโกรธด้วยการพูด
•ใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจในเด็กเล็ก
•ในเด็กโตใช้วิธีอธิบายสั้นๆ
•รอให้เด็กสงบก่อนค่อยสอน
•ไม่ทำเป็นตัวอย่างเวลาโกรธ
เด็กขี้อาย
-
ชักชวนเด็กให้เริ่มการให้หรือการเล่นกับเด็กที่เล็กกว่าหรือวัยเดียวกัน
- ส่งเสริมให้เด็กได้เล่นได้ออกกำลังกาย
เพื่อเสริมสร้างความฉับไว และมีความกระตือรือร้นในการกล้าแสดงออก
- ชมเชยส่วนดีของเด็ก ให้เด็กได้พัฒนาส่วนดีนั้นให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
- เปิดโอกาสให้ช่วยตนเอง
เด็กจะพอใจและภูมิใจที่ตนเองทำได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความมั่นใจในตนเองและ
กล้าแสดงตนมากขึ้น
เด็กขี้อิจฉา
พบบ่อย ในช่วง 2-4 ปี
การดูแลแก้ไขและป้องกัน
เตรียมพี่ตั้งแต่แม่เริ่มตั้งครรภ์ให้เด็กมีส่วนรับรู้ว่าจะมีน้องใหม่
•ผู้ใหญ่ไม่ควรล้อเลียนเด็ก
ว่า ตกอันดับ หรือ อื่นๆ เด็กจะยิ่งเป็นทุกข์และกังวลมากขึ้น ฝึกฝนให้ช่วยเหลือตัวเอง
•ให้โอกาสเด็กอยู่ร่วมกับแม่และน้อง
•ไม่มีท่าทีลำเอียงกับลูกคนใด
คนหนึ่ง ควรปฏิบัติต่อลูกเท่าเทียมกัน
เมื่อเกิดปัญหาไม่ควรดุว่าลงโทษ ควรพูดชี้แจง และให้เวลากับเด็กบ้าง
เด็กพูดปด
-
เด็กอายุ<
4 ปี ยังแยกแยะความจริง จาก
ความคิดไม่ได้
- เด็กอายุ 5 ปี เริ่มที่จะแยกแยะความจริง ความคิดฝัน นิทาน
- เด็กอายุ 6 ปี เริ่มเข้าใจ แยกแยะความเป็นจริง
และความเพ้อฝันได้ดี
การแก้ไขและการป้องกัน
•พ่อ
แม่ควรทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี
•ควรเข้าใจพัฒนาการตามวัย
•ชี้แนะแก้ไขความเข้าใจผิด
เด็กเล่นอวัยวะเพศ
อธิบายให้พ่อแม่เข้าไม่เป็นอันตรายและไม่ใช่ความผิดปกติทางเพศ ถ้าพบขณะที่เด็กกำลังเล่นอยู่ให้เบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ดุว่า ข่มขู่แก้ไขที่สาเหตุหลีกเลี่ยงส่งกระตุ้นต่างๆ ต้องถือว่าถ้าเด็กมีการกระทำนี้เป็นสัญญาณว่าเด็ก ต้องการการดูแลมากขึ้นการช่วยเหลือ
• ไม่ควรดุว่า ลงโทษ
• เบี่ยงเบนความสนใจ• ในกรณีที่มีพฤติกรรมนั้นบ่อยมากอาจนึกถึงการถูกทารุณกรรมทางเพศ
เด็กพูดคำหยาบ
- เพิกเฉยเมื่อเด็กพูดหยาบและไม่แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ- ถ้าเด็กอารมณ์ดี ควรนั่งคุยกับเด็กอย่างจริงจัง
เด็กดื้อ เด็กก้าวร้าว
สาเหตุ•กฎระเบียบมากเกินไป ขาดการเอาใจใส่ดูแล ถูกตามใจมาก ดทีวีการดูแลแก้ไข•พูดกับเด็กให้ชัดเจนสั้น เข้าใจง่าย ไม่บ่นพร่ำเพรื่อ•พยายามสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก•ไม่ใช้อารมณ์เอาชนะ ใช้เทคนิคการจูงใจ•หลีกเลี่ยงการโต้เถียงและใช้กำลัง•ไม่เข้มงวดหรือปล่อยปละละเลยเกินไป•เมื่อเด็กว่าง่ายและเชื่อฟัง ควรกล่าวคำชมเชยและให้กำลังใจเด็ก
เด็กก้าวร้าว
การดูแลแก้ไข
• สังเกตและแก้ไขตั้งแต่เริ่มเป็น
• หาทางออกให้เด็กเวลาโมโห เบี่ยงเบนไม่ให้ทำร้ายคน สัตว์ สิ่งของ เช่นให้เล่น หรือพูดระบายความรู้สึก• การแยกเด็กให้อยู่คนเดียวเวลาโมโห ไม่ลงโทษด้วยการตี• ไม่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวให้เด็กเห็น• ระมัดระวังในการให้เด็กอ่าน หรือ ดู สื่อต่างๆ ที่ เหมาะสมกับวัย
เด็กเบื่ออาหาร
การดูแลแก้ไข•เตรียมอาหารที่เด็กชอบ งดอาหารว่างระหว่างมื้อ•น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบจำกัดเวลาในการกิน•ไม่ดูโทรทัศน์ไปพร้อมกับการกินอาหาร•ชมเชยเด็กเมื่อทำได้ดี•บรรยากาศระหว่างกินอาหารควรเป็นสุข
เด็กไม่ยอมนอน
สาเหตุจากภายนอก
พ่อ แม่ ไม่จัดระเบียบการนอนที่ดีให้เด็ก เสียงรบกวน ไฟสว่าง ผู้ใหญ่มาเล่นด้วย
สาเหตุจากเด็กเองกังวล กลัว ตื่นเต้น หลับมากในตอนกลางวัน อยากเล่นสนุกต่อ
การแก้ไข
สร้างสุขนิสัยการนอนที่ดีให้เด็กมีกิจกรรมที่เหมาะสมในตอนกลางวัน จัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการนอน
เด็กฝันร้าย นอนละเมอกลัว
•ปลอบใจให้หายกลัว ให้ความมั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องจริง•อาการปลอบเบาๆหรือกอดเด็ก ไม่ต้องปลุกเด็ก
เมื่อได้ทำการเรียนการสอนเนื้อหาบทเรียนจบไปเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว วันนี้อาจารย์ก็ยังได้เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งกิจกรรมนั่นก็คือการฝึกพูดประโยคที่ยากๆ ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้เป็นการฝึกสมอง ซึ่งประโยคที่อาจารย์ได้นำมาให้ได้ลองนั้นก็เช่น
ยายกินลำไย น้ำลายยายไหลย้อย
ยายมอยขายหมี ยายมีขายหอย หมียายมอยแหย่หอยยายมี หอยยายมีกัดหมียายมอย
ประเมินอาจารย์ : วันนี้อ.เบียร์น่ารัก พูดจาน่ารัก ระงับอารมณ์ได้ดี ให้ความรู้ปนความสนุกได้อย่างดี ชอบๆ
ประเมินเพื่อน :ตั้งใจฟังในสิ่งที่อาจารย์สอนเป็นอย่างดี เพื่อนเซก 1 น่ารักไม่ค่อยคุยกันเท่าไหร่ ตอบคำถามอย่างจริงจัง
ประเมินตนเอง : วันนี้ไม่สบายต้องไปหาหมอ อาจจะมีเบลอๆบ้างแต่ตั้งใจฟังในสิ่งที่อาจารย์สอนได้เป็นอย่างดี
บันทึกอนุทินครั้งที่ 8
วันอังคาร ที่ 31 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2560 บทเรียนในวันนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องของ จรรญาบรรณวิชาชีพครู ซึ่งจรรญาบรรณวิชาชีพครูนั้นคือ ความประพฤติหรือกิริยาอาการที่ผู้ประกอบวิชาชีพครูควรประพฤติปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความดีงามขึ้นแก่ตนเองและวิชาชีพครู มาตรฐานวิชาชีพครู ซึ่งมีลักษณะ 9 ข้อ ดังนี้
จรรยาบรรณวิชาชีพครู (คุรุสภา)
ความประพฤติหรือกิริยาอาการที่ผู้ประกอบวิชาชีพครูควรประพฤติปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความดีงามขึ้นแก่ตนเองและวิชาชีพครู มาตรฐานวิชาชีพครู
ข้อที่ 1
ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วงเหลือส่งเสริม ให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า
ข้อที่ 2
ครูต้องอบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงามให้แก่ศิษย์ อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ข้อที่ 3
ครูต้องประพฤติ
ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ
ข้อที่ 4
ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ ต่อความเจริญทางกายสติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสังคมของศิษย์
ข้อที่ 5
ครูต้องไม่แสวงหาประโยชน์ อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ
และไม่ใช้ศิษย์กระทำการใดๆ อันเป็นการหาประโยชน์ให้แก่ตนโดยมิชอบ
ข้อที่ 6
กฎย่อมพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพและวิสัยทัศน์
ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองอยู่เสมอ
ข้อที่ 7
ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครู และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพครู
ข้อที่ 8
ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลครูและชุมชนในทางสร้างสรรค์
ข้อที่ 9
ครูพึงประสงค์ ปฏิบัติตน เป็นผู้นำ ในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญา และวัฒนธรรมไทย
เกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครู (คุรุสภา)
•มาตรฐานที่ 1 ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพครูอยู่เสมอ
•มาตรฐานที่ 2 ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ โดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับผู้เรียน
•มาตรฐานที่ 3 มุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ
•มาตรฐานที่ 4 พัฒนาแผนการสอนให้สามารถปฏิบัติให้เกิดผลจริง
•มาตรฐานที่ 5 พัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ
•มาตรฐานที่ 6 จัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยเน้นผลถาวรที่เกิดแก่ผู้เรียน
•มาตรฐานที่ 7 รายงานผลการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนได้อย่างมีระบบ
•มาตรฐานที่ 8 ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน
•มาตรฐานที่ 9 ร่วมมือกับผู้อื่นในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์
•มาตรฐานที่ 10 ร่วมมือกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ในชุมชน
•มาตรฐานที่ 11 แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา
•มาตรฐานที่ 12 สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ได้ทุกสถานการณ์
“...ครูนั้นจะต้องให้ความรู้แก่เด็ก ๆ ด้วยความเมตตา ด้วยความหวังดี คือ ด้วยความเมตตาต่อผู้ที่เป็นลูกศิษย์ และด้วยความหวังดีต่อส่วนรวม เพราะถ้าส่วนรวมประกอบด้วยบุคคล ที่มีความรู้ดี ส่วนรวมก็ไปรอด....”
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะ
อาจารย์และนักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวล
ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๑๓
อาจารย์ก็ได้ให้ชีทเพลงใหม่ 5 เพลงที่อาจารย์ได้แจกให้เมื่อช่วงต้นคาบมาฝึกร้องทำนองเพลง ได้เเก่เพลงนกกนะจิบ เพลงแม่ไก่ออกไข่ เพลงลุงมาชาวนา เพลงเที่ยวท้องนา และเพลงลูกแมวสิบตัว
ประเมินตนเอง
วันนี้ค่อนข้างที่จะเรียนแบบไม่ตั้งใจ เพราะมีเรื่องให้คิดหลายเรื่อง หัวเราะไม่ค่อยออก ยิ้มไม่ค่อยออกเท่าไหร่
ประเมินเพื่อน
ทุกคนให้ความร่วมมือในการเรียนตลอดเวลายิ้มแย้มแจ่มใสตอบคำถามอย่างตั้งใจ
ประเมินอาจารย์
ครูสอนดีมาก ให้ความรู้อย่างมีประโยชน์ให้ความรู้อย่างเต็มที่
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


























