วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560

 บันทึกอนุทินครั้งที่ 7
การเรียนวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2560


เช้าวันนี้ วันนี้อาจารย์ได้เลื่อนเวลาเรียนของนักศึกษาเซค1มารวมกับนักศึกษาเซคที่2 เนื่องจากติดธุระ จึงทำให้การเรียนของวันนี้ค่อนข้างแออัด เพราะด้วยจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นเท่าตัว แต่ก็ทำให้บรรยากาศในการเรียนเป็นไปได้อย่างสนุกสนานมากกว่าเดิม

 คาบเรียนอาจารย์ให้นักเรียน ที่ยังไม่ออกมาบรรยายเมื่อสัปดาห์ก่อน ได้ออกมาบรรยายเรื่อง ครูในดวงใจ ของตน ก็ได้เวลาเข้าสู่เนื้อหาบทเรียนหลังของวันนี้ด้วยหัวข้อเรื่อง

คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณของวิชาชีพครู

คุณธรรม หมายถึง สิ่งหรือสภาพที่เกิดขึ้นในจิต มีผลทำให้จิตอยู่ในภาวะที่ดีงาม และพร้อมที่จะ
สร้างสรรค์แต่สิ่งที่เป็นคุณและประโยชน์
จริยธรรม หมายถึง สภาพของความประพฤติหรือพฤติกรรมการแสดงออกที่พึงประสงค์

คุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ

1.ความขยัน 
ความตั้งใจเพียรพยายาม ทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ 
อดทน ความขยันต้องปฏิบัติควบคู่กับการใช้สติปัญญา แก้ปัญหาจนเกิดผลสำเร็จ
2.ประหยัด
การรู้จักเก็บออมถนอมใช้ทรัพย์สิน สิ่งของแต่พอควร 
พอประมาณ ให้เกิดประโยชน์ คุ้มค่า  ไม่ฟุ่มเฟือย

.ซื่อสัตย์
ประพฤติตรงไม่เอนเอียง ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม มีความจริงใจ 
ปลอดจากความรู้สึกลำเอียง หรืออคติ
1. ลำเอียงเพราะชอบ  2. ลำเอียงเพราะชัง
3. ลำเอียงเพราะหลง  4. ลำเอียงเพราะกลัว
. มีวินัย
การยึดมั่นในระเบียบแบบแผน ข้อบังคับ และข้อปฏิบัติ  
ซึ่งมีทั้งวินัยในตนเอง และวินัยต่อสังคม

. สุภาพ 
   เรียบร้อย อ่อนโยน  ละมุนละม่อม กิริยามารยาทที่ดีงาม  มีสัมมาคารวะ
(ยิ้ม ไหว้ ทักทาย)

๖.สะอาด
ปราศจากความมัวหมองทั้งกาย  ใจ และสภาพแวดล้อม
ความผ่องใสเป็นที่เจริญตา ทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น

๗.สามัคคี
ความพร้อมเพรียงกันความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน ร่วมใจกันปฏิบัติงาน ไม่ทะเลาะวิวาท

๘.มีน้ำใจ
ความจริงใจที่ไม่เห็นแก่เพียงตัวเอง หรือเรื่องของตัวเอง
แต่เห็นอกเห็นใจเห็นคุณค่าในเพื่อนมนุษย์ มีความเอื้อเฟื้อเอื้ออาทร เกื้อกูลกันและกัน


 อาจารย์ได้ให้นักศึกษาทำการทบทวนท่าบริหารสมอง เพื่อทบทวนความจำ อาจารย์จึงได้ทำการตกลงกับนักศึกษาว่าจะให้นำท่าฝึกบริหารสมองนี้ไปใช้ในการสอบปลายภาคเรียน ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 7 ท่า รวมเป็นคะแนน 7 คะแนน

  

ถึงเวลาที่จะได้ฝึกร้องเพลงในชีทแผ่นใหม่ 5 เพลง ที่อาจารย์ได้ให้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ซึ่งเพลงใหม่ 5 เพลงที่เพิ่มมานั้นแต่ละบทเพลงมีชื่อว่า เพลงดวงอาทิตย์ เพลงดวงจันทร์ เพลงรำวงดอกมะลิ ต่อมาเป็นเพลงดอกมะลิ และเพลงสุดท้ายชื่อว่าเพลงดอกกุหลาบ


การประเมิน

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ได้มีการนำกิจกรรมหรือเกมต่างๆ เพื่อดึงดูดความสนใจจากนักศึกษาได้เป็นอย่างดี ทำให้การเรียนการสอนดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

ประเมินเพื่อน :  มีการแสดงความคิดเห็นต่อกัน และตั้งใจฟังเมื่ออาจารย์ทำการสอน เพื่อนๆร่าเริงในการเรียน สนุกสนานกันมากเลย 

ประเมินตนเอง : มาเข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ ตั้งใจเรียนและตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์สอนเป็นอย่างดี สนุกสนานจากที่มีเรื่องเครียดๆก็หายไปได้สักพักนึง





วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560

บันทึกอนุทินครั้งที่ 6

การเรียนวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2560

วันนี้เรานั่งเรียนแบบใหม่เพราะว่าจะต้องออกมาพรีเซ้นการบ้านของแต่ละคน เรื่องครูในดวงใจ 

การที่เราได้รู้จักครูมากมาย ของเพื่อนหลายๆคน ทำให้เราได้รู้ว่าอาชีพครู เป็นอาชีพที่ไม่ใช่ใครก็ทำได้ แต่เป็นอาชีพที่เสียสละ เหนื่อยกาย เหนื่อยใจ กว่าจะส่งลูกศิษย์ให้ถึงฝั่งฝันเหนื่อยยากครูเหลือเกิน แต่ครูทุกคนภูมิใจที่ได้เห็นศิษย์ไปได้ดี
ประเมิน
ประเมินตนเอง : การเรียนวันนี้ทำให้ดิฉันนึกถึงครูที่อยู่ในดวงใจไม่เคยหายไปไหน ครูที่เป็นแรงบันดาลใจของการเป็นครู ครูที่เป็นแบบอย่าง การเรียนวันนี้ถึงเป็นการสอนที่แฝงอยู่ในเรื่องราวที่ดี

ประเมินเพื่อน:เพื่อนต่างตื่นเต้นในการของไปพูดเรื่องของตนเอง ผลักไสเพื่อนคนอื่นให้ออกไปพูดก่อนบ้าง แต่บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเรา

ประเมินอาจารย์:การเรียนการสอนวันนี้ถึงจะไม่ได้มีเนื้อหา
ขึ้นบนสไลด์แต่การสอนวันนี้ทำให้เราได้เรีวนรู้จากสิ่งรอบตัว ควสมคิดของคนอื่นที่อาจารย์ต้องการสอดแทรกให้เรา


วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560

บันทึกอนุทินครั้งที่ 5

การเรียนวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2560



เช้า 10.30 น.ที่สดใสเราดีใจได้มาเจอ อ.เบียร์ เพราะนั่นแปลว่าเราจะได้ร้องเล่น เต้นระบำกันแล้ว เรายังจะได้ ฝึกสมองป้องกันอัลไซเมอร์ด้วย
หลังจากนั้น อ.เบียร์ก็ให้ดาวเด็กดีที่ทำบล็อกส่ง และ บอกวิธีการทำบล็อกที่สมบูรณ์
ดาวเด็กดี

แล้ววันนี้เราก็ได้บทเพลงใหม่มาทั้งหมด 5 เพลง แต่เราฝึกร้องไปแค่ 2 เพลง


วันนี้อ.เบียร์ พาเราไปขึ้นรถไฟเหอะ เมื่อเราได้รู้ความหมายของรถไฟเหอะแล้วก็ทำให้เราไม่อยากจะลงจากรถไฟเหอะเลย 555

แนวคิด หลักการและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับบุคลิกภาพ 


ทฤษฎีพัฒนาการของ Sigmund Freud


โครงสร้างบุคลิกภาพ

1. อิด ( Id )  จะเป็นต้นกำเนิดของบุคลิกภาพและเป็นส่วนที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกิด แรงขับทางสัญชาตญาณ(Instinct )         
2. อีโก้ ( Ego ) มีการใช้เหตุผล มีการใช้สติปัญญา และการรับรู้
ที่เหมาะสม
3. ซูเปอร์อีโก้ (Superego) เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับศีลธรรม
บรรทัดฐานของสังคม ค่านิยม และขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ

Carl Gustav Jung

พัฒนาบุคลิกภาพออกเป็น 5 ขั้น ได้แก่

1. ขั้นปาก (Oral Stage) เริ่มตั้งแต่แรกเกิดถึง 1 ขวบ         
2. ขั้นทวาร (Anal Stage ) เด็กจะมีอายุตั้งแต่ 1-3 ขวบ 
3. ขั้นอวัยวะเพศตอนต้น (Phallic Stage ) เริ่มตั้งแต่ 3 - 5 ขวบ 
4. ขั้นแฝง (Latency Stage ) เริ่มตั้งแต่ อายุ 6 - 11 ปี 
5. ขั้นอวัยวะเพศตอนปลาย (Genital Stage) เริ่มจาก 12 ขวบเป็นต้นไป 
ทฤษฎีการเรียนรู้ของ
Albert Bandura
สังเกตการกระทำของผู้อื่น
แล้วเลียนแบบพฤติกรรมนั้น
Ivan Petrovich Pavlov

ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบดั้งเดิม

ทฤษฎีการเรียนรู้ของ Skinner

ทฤษฎีการวางเงื่อนไข
John B. Watson

การวางเงื่อนไขพฤติกรรมของเด็ก 
เป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้และผู้ใหญ่สามารถที่จะวางเงื่อนไข
ให้เด็กเกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ได้ทุกพฤติกรรม


การประเมิน
1.การประเมินตัวเอง : วันนี้ได้รับความสนุก และยังได้รับความรู้ ได้รับความรู้เรื่องทฤษฎีของแต่บุคคลของการอนุบาล
2.การประเมินเพื่อนๆ: เพื่อนๆมีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส ร่วมกันทำกิจกรรมที่ครูมอบให้
3.การประเมินอาจารย์:อาจารย์มอบความสุข ความสนุนสนานให้ แต่ทุกอย่างก็จะแฝงด้วยความรู้ สไลด์สวยมาก


ก่อนจะจบ อ.เบียร์เลยให้การบ้าน เรื่องครูในดวงใจ






วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560

บันทึกอนุทินครั้งที่ 4

การเรียนประจำวันที่ 19 กันยายน 2560

            การเรียนวันนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะตั้งแต่เริ่มต้นชั่วโมงกันเลยทีเดียว อ.เบียร์มักจะเป็น
โจ๊กเกอร์ก่อนเป็นทีเชอร์อยู่เสมอ เลยทำให้นักศึกษาไม่เครียด

เริ่มต้นกันด้วยท่าทางป้องกันอัลไซเมอร์ของอ.เบียร์ เช่นเดิมมันก็จะเป็นมั่วๆอยู่สม่ำเสมอ
ท่าหูจมูก
ท่าหูกับหู
ท่านับนิ้ว1-10

ท่า จีบกับแอล
แล้วก็ยังมีอีกหลายเท่าจะมาแนะนำให้ในครั้งต่อไป

และแล้วถึงคราวที่นักศึกษาจะได้รับบทเพลงใหม่และต่อด้วยการฝึกร้องเพลงใหม่ และจะค่อยๆลืมเพลงเก่าไปเรื่อยๆ 


พอเข้าสู่การเรียนการสอนวันนี้ เราเรียนกันเรื่องการเสริมสร้างบุคคลิกภาพที่ดีสำหรับครูปฐมวัย



บุคลิกภาพ หมายถึง ลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละคนที่ทำให้มีความแตกต่างกับคนอื่น 
แบ่งได้ 2 ประเภท
               1.บุคลิกภาพภายนอกหมายถึง สิ่งที่สังเกตุได้ชัดเจนจากภายนอกของแต่ละคน 
                 แบ่งเป็น 4 หมวด
                  1 รูปร่างหน้าตา
                  2 การแต่งกาย
                  3กริยาท่าทาง
                 4 การพูด
               2.บุคลิกภาพภายใน หมายถึง สิ่งที่อยู่ในใจไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน หรือเป็นอุปนิสัยใจคอที่มองไม่เห็น
                  -ความเชื่อมั่นในตัวเอง                                      -ความรอบรู้
                  -ความกระตือรือร้น                                            -ความคิดรึเริ่ม
                  -ความจริงใจ                                                     -ไหวพริบปฎิภาณ
                  -ความรับผิดชอบ                                              -ความจำ
                  -อารมณ์ขัน

หลักและวิธีการเสริมสร้างบุคลิกภาพ

การยืน เดิน นั่ง
  เป็นส่วนสำคัญที่บอกถึงบุคลิกภาพของแต่ละบุคคลอิริยาบถคือการเดิน ยืน นั่ง เปิด-ปิดประตู ขึ้นลงรถ อย่างถูกต้องสวยงาม
การรู้จักทำตัวให้เข้ากับบุคคล สถานที่ และเวลา 
  ถือว่าเป็นผู้มีมารยาททางสังคมที่ดีเช่น การรู้จักกราบไหว้ที่ถูกวิธีและถูกกาลเทศะ การรู้จักธรรมเนียมของชาวต่างชาติ เป็นต้น

แนวทางในการพัฒนาบุคลิกภาพ

การรักษาสุขภาพอนามัย
 -  ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
      -  รับประทานอาหารที่มีประโยชน์   
-  ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เพิ่มหรือลดผิดปกติ

การดูแลร่างกาย 
-  รู้จักการแต่งหน้าแต่พองาม 
-  ดูแลเล็บมือ เล็บเท้า ให้สะอาดอยู่เสมอ
-  ควรมีการเช็คร่างกายเป็นประจำทุกปี 

การแต่งกาย
- สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด ซักรีดให้เรียบ
      - แต่งหน้าให้แนบเนียน ไม่แต่งเข้มผิดธรรมชาติ 
- เลือกใช้เครื่องสำอางที่มีคุณภาพดี
     - เครื่องประดับ ควรใช้เพื่อเสริมการแต่งกายให้ดูดีขึ้น 
แต่ไม่ควรใช้เครื่องประดับมากจนเกินไปจนดูสะดุดตารกรุงรังไปหมด    
- ควรแต่งกายให้เหมาะสมกับกาลเทศะ

อารมณ์
รู้จักควบคุมอารมณ์ ไม่ปล่อยอารมณ์ไปตามใจตนเอง  
คนที่ควบคุมอารมณ์ตนเองได้จะได้เปรียบ
และจะเอาชนะเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นได้

ความเชื่อมั่นในตนเอง
 - ยอมรับในความสามารถของตนเอง
 - อย่าเล็งผลเลิศในการทำงานจนเกินไป
  - อย่าถือคติว่าการทำงานสิ่งใดเมื่อทำแล้วต้องดีที่สุด
   - อย่านำความเก่งของผู้อื่นมาทับถมตนเอง
 - หมั่นฝึกจิตใจตนเองให้ชนะความกลัวให้ได้


การปรับปรุงบุคลิกภาพภายใน

-การยอมรับความจริงเกี่ยวกับตนเอง 
-การปรับปรุงในส่วนที่จะปรับปรุงได้ 
-การใช้สิ่งอื่นๆ เพื่อส่งเสริมบุคลิกภาพ 
-การส่งเสริมบุคลิกภาพที่ดีควรส่งเสริมคุณภาพจิตสาธารณะ

สิ่งที่ผู้ฟังจะให้ความสนใจ ประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ
เนื้อหาสาระของคำพูด 7% , น้ำเสียง 38% , กิริยาท่าทาง (บุคลิกภาพ) 55%

1. การใช้สายตา การมอง การสบสายตาขณะพูด  
2. การแต่งกาย  
3. ภาษาพูด จังหวะการพูด ระดับเสียง  
4. การเดิน / การนั่ง  
5. การแสดงออกและท่าทาง การไหว้ การรับไหว้
6. ความสะอาด 
7. สุขภาพต้องดี คนป่วยคงไม่มีใครอยากเข้าใกล้ 

                         การประเมิน :ได้เรียนรู้การกล้าแสดงออกให้เรากล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น ให้เริ่มสนุกกับเพลงต่างๆ ได้เรียนรู้การเข้าจังหวะ เสียงต่ำ เสียงสูง และการแสดงท่าทางต่างๆ
                         
                          การประเมิน: ได้เรียนรู้การมีบุคลิกที่ดีสามารถนำไปใช้พัฒนาตัวเองในอนาคต
                         
                         การประเมินเพื่อนร่วมห้อง : เพื่อนๆดูมีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส สนุกสนานกับบทเรียนและทุกๆคนก็ทำกันอย่างเต็มที่
                         
                         การประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนสนุกมากและมีการอธิบายจนเข้าใจ และทำเรื่องทุกอย่างให้เป็นเรื่องง่ายๆ สอนสนุกสอนไม่เครียดนักศึกษาถึงได้ตั้งใจฟัง